“ซองกันชื้น” กับ การดูแลรักษาเมล็ดกาแฟ

กลิ่นที่หอม รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ความสดใหม่ของเนื้อก่แฟ คือสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่า หากเก็บรักษาเมล็ดกาแฟไม่ถูกวิธี ทุกอย่างของความเป็นกาแฟจะหายไปทันที เพราะความชื้นคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของเมล็ดกาแฟเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เมล็ดกาแฟมีกลิ่นที่เหม็นหืน รสชาติเปลี่ยน หรือแม้กระทั่งการเกิดของเชื้อราในเมล็ดกาแฟ

1.ความชื้น : ศัตรูหมายเลขหนึ่ง

เมล็ดกาแฟมีคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้ง่าย หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงเกิน 60% ขึ้นไปเมล็ดกาแฟเริ่มมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากความชื้นสูง อาทิ

  • เสียเอกลักษณ์กลิ่นเฉพาะ
  • รสชาติเพี้ยน
  • เกิดกลิ่นหืน
  • เกิดเชื้อรา

2.แสงแดดและอุณหภูมิ

ด้วยคุณสมบัติเฉพาะของเมล็ดกาแฟที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ จึงเป็นสาเหตุให้เมล็ดกาแฟเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นเมื่อสัมผัสกับอากาศ หรือ สัมผัสกับความชื้น เพราะฉะนั้นเมล็ดกาแฟควรถูกเก็บไว้ในที่เย็นและแห้ง และหลีกเลี่ยงแสงแดด

3.การปนเปื้อนกลิ่น

อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าเมล็ดกาแฟมีคุณสมบัติดูดซับความชื้น และรวมถึงการดูดซับกลิ่นอื่น ๆ ด้วย อย่างเช่นเราอาจจะเก็บซองเมล็ดกาแฟร่วมกับอาหารประเภทอื่น ๆ อย่างผงแต่งกลิ่น เครื่องเทศ หรืออะไรก็ตามที่มีกลิ่นฉุน เมล็ดกาแฟก็จะดูดซับกลิ่นเหล่านี้มาเก็บไว้ ส่งผลโดยตรงกับ รสชาติ และกลิ่น ของกาแฟ

1.เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม

  • ควรใช้ถุงแบบ (One-way Valve) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันความชื้นและอากาศจากภายนอกไหลเข้ามาในถุง แต่สามารถระบายความชื้นออกได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้ถุงพลาสติกทั่วไปทุกกรณี เพราะถุงพลาสติกทั่วไปไม่สามารถป้องกันความชื้นและอากาศจากภายนอกได้ดีพอ

2.แยกการเก็บเมล็ดกาแฟในพื้นที่เฉพาะ

นอกจากเก็บเมล็ดกาแฟในภาชนะบรรจุเฉพาะ หรือ ภาชนะที่ปิดสนิทแล้ว ควรแยกพื้นที่เก็บจากวัตถุดิบอื่นที่ส่งกลิ่นแรงด้วย

3.ใช้ “ซองกันชื้น” ป้องกันความชื้น

การใช้ “ซองกันชื้น” ร่วมในบรรจุภัณฑ์เมล็ดกาแฟ เป็นทางเลือกที่ดีและสะดวกในบริบทของกา่รเก็บรักษา เพราะซองกันชื้นสามารถลดความชื้นภายในบรรจุภัณฑ์ได้ทันที ส่งผลให้เมล็ดกาแฟปลอดภัยมีประสิทธิภาพสูง รวมถึงการยืดอายุเมล็ดกาแฟให้นานขึ้นอีกด้วย

  • ช่วยลดความชื้นในบรรุภัณฑ์
  • ป้องกันการเกิดเชื้อรา
  • ยืดอายุการเก็บรักษา
  • คงความสดใหม่ของเมล็ดกาแฟ

*เราให้ข้อสังเกตแบบนี้

  • สำหรับผู้บริโภคทั่วไป : หากชงกาแฟดื่มเองส่วนใหญ่จะชงดื่มรูปแบบผง อาจซื้อมาพร้อมกระปุกใส่ การเปิดฝาเข้าออกทุกวันส่งผลให้ภายในกระปุกเกิดความชื้นสะสมได้ ซึ่งความชื้นสะสมอาจส่งผลให้ผงกาแฟจับตัวเป็นก้อน หรือหากความชื้นสะสมถึงจุดที่เหมาะสมอาจเกิดเชื้อราขนาดเล็กขึ้นได้ โดยที่บางครั้งเราอาจไม่ทันสังเกต
  • สำหรับผู้ประกอบการ : ผู้ประกอบการหลายร้าน บางครั้งเครื่องดื่มอย่างกาแฟอาจไม่ใช่ Core Product กาแฟอาจเป็นเพียงสินค้ากึ่งบริการให้กับลูกค้ามากกว่า เพราะฉะนั้นจำนวนการขายอาจไม่เยอะเท่าร้านกาแฟเฉพาะทาง การคงคุณภาพของเมล็ดกาแฟจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เช่นว่า ไปล้างรถที่ร้านนี้แล้วกัน กาแฟอร่อย
  • ซองกันชื้นต้องได้รับมาตรฐาน Food Grade เท่านั้น
  • เลือกขนาดซองกันชื้นให้เหมาะสมกับปริมาณเมล็ดกาแฟในบรรจุภัณฑ์ (สามารถปรึกษาผู้ขายได้)
  • หมั่นตรวจสอบวันหมดอายุซองกันชื้นอย่างสม่ำเสมอ (ไม่ควรเกิน 30 – 45 วัน โดยประมาณ หากต้องการรู้ระยะเวลาโดยละเอียดจำเป็นต้อง ตั้งการทดสอบขึ้นมา)

โก-เคียวได เราเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซองกันชื้น และ ซองดูดออกซิเจน ที่ดำเนินธรุกิจมาแล้วกว่า 20ปี และเรามีบริการให้คำปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการใช้งานซองกันชื้นและซองดูดออกซิเจน สามารถพูดคุยกับเราได้ที่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Tel 094-820-5260 | Facebook Go-kyodai | LINEOFFICIAL

เลขที่ 90/237/238,หมู่บ้านเพล็กซ์บางนา หมู่ที่15
ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540
เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ 09.00น. – 18.00น.
โทร.02-044-9188,02-044-9588

ปุ่ม CTA-lineOA

Scroll to Top