ออกซิเจน แบคทีเรีย และ ความรัก!

ในความสัมพันธ์มักมีเรื่องที่คาดไม่ถึง บางครั้งก็มาอย่างเงียบ ๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีความรักก็พุ่งชนจนตั้งตัวไม่ทัน เช่นเดียวกับออกซิเจนที่ล่อง ลอยอยู่ในอากาศเหมือนที่เราไม่ได้สัมผัสโดยตรงกว่าจะรู้ตัวอีกทีเราก็ขาดมันไปไม่ได้เสียแล้ว

วันนี้เราอยากชวนทุกคนคุนเรื่อง ออกซิเจน แบคทีเรีย และแน่นอนความรัก! ยังคงอยู่ในเนื้อหาหลักของเรา ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างออกซิเจนและแบคทีเรีย มีผลกระทบต่อมนุษย์เราอย่างไร

ออกซิเจน กับ แบคทีเรีย มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

แบตทีเรียมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องอาศัยออกซิเจนในการเจริญเติบโต ซึ่งจะมีแบคทีเรียบางชนิดเท่านั้นที่ไม่ต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโต สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มได้ดังนี้

  • 1.แอโรบิกสมบรูณ์ (Obligate Aerobes)
    • เป็นแบคทีเรียที่ต้องอาศัยออกซิเจนในการเจริญเติบโต
    • ใช้ออกซิเจนในการหายใจ (Aerobic Respiration)
  • 2.แอโรบิกแบบไม่สมบูรณ์ (Facultative Anaerobes)
    • สามารถใช้ออกซิเจนได้ หากไม่มีออกซิเจนก็สามารถเติบโตได้ด้วยการหมัก หรือ หายใจได้โดยไม่อาศัยออกซิเจน (Fermentation)
  • 3.ไมโครแอโรฟิลิก (Microaerophiles)
    • ต้องการออกซิเจน แต่ในปริมาณที่ต่ำ (5-10%เท่านั้น)
    • ปริมาณออกซิเจนมากเกินไปส่งผลให้แบคทีเรียหยุดการเติบโตได้ (รักเราไม่เท่ากัน)
  • 4.แอโรทอลเลแรนท์ แอนแอโรบส์ (Aerotolerant Anaerobes)
    • ไม่ใช้ออกซิเจนในการเจริฐเติบโต และสามารถทนต่อออกซิเจนได้
    • จำพวกการหมัก เช่น โยเกิร์ต

แบคทีเรียในออกซิเจนมาจากไหน?

แบคทีเรียสามารถแทรกตัวอยู่ในออกซิเจน (อากาศ) ได้หลายแหล่งที่มาเช่น

  • ธรรมชาติ : ดิน น้ำ และพืชเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ ซึ่งแบคทีเรียจำพวกนี้เองเมื่อถูกลมพัด ฝนตก ก็จะไปตามกระแสลมหรือไอน้ำเหล่านี้ได้
  • มนุษย์ : กลุ่มงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษตามแหล่งน้ำ และ อากาศ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ปริมาณแบคทีเรียในออกซิเจนมีมาก
  • สัตว์ : เราจะเห็นกันบ่อยครั้งกับการที่สัตว์หลายชนิดย้ายถื่นฐานเช่น นกบางสายพันธุ์บินข้ามทวีป แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือเชื้อไวรัส แบคทีเรียต่าง ๆ รวมไปถึงมูลสัตว์อีกด้วย

สูดด!! ออกซิเจน ลึกๆ แล้วมาพูดเรื่องใกล้ตัวมนุษย์เรากันบ้างอย่าง “เรื่องกิน!”

เหล่านักกินแซ่บทั้งหลายเราคงประสบพบเจอปัญหาเดียวกันอยู่แน่ ๆ คือ ซื้อของกินอร่อย ๆ มาเต็มตู้เย็นไปหมด แต่แล้วก็กินไม่ทัน บางอย่างเก็บได้ บางอย่างเก็บจนเสีย บูด เหมือนหืด นึกแล้วก็อดเสียดายไม่ได้ งั้นลองมาดูสาเหตุการเน่าเสียของอาหาร และ วิธีการถนอมอาหารกันหน่อยว่าจะสามารถนำไปปรับใช้กับเราได้อย่างไร

สาเหตุการเน่าเสียของอาหาร?

การเสื่อมสภาพของอาหารเน่าเสีย บูด นั้นเกิดจากจุลินทรีย์ในอาหารมีการเจริญเติบโตขึ้น เช่น แบคทีเรีย รา และยีสย์ในอาหาร ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกลิ่น สี รสชาติ และเนื้อสัมผัส ขยายความได้ดังนี้

  • จุลินทรีย์ : แบคทีเรียเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม
  • ปฏิกีิรินาเคมี : การเกิดออกซิเดชั่นของไขมัน ทำให้อาหารประเภททอดเหม็นหืน
  • ปฏิกีริยาทางกายภาพ : การสูญเสียน้ำของผักและผลไม้ ส่งผลให้เหี่ยว เปลี่ยนสี

การถนอมอาหารแบบธรรมชาติ

ต้องขอบคุณบรรพบุรุษของเราที่ถ่ายทอดวิธีการถนอมอาหาร ทำให้เรามีอาหารในการดำรงชีพกันมาจนถึงทุกวันนี้

  • การตากแห้ง : คือการดึงน้ำออกจากอาหารให้ได้มากที่สุดเพื่อยับยั้งการเกิดของจุลินทรีย์บางชนิด
  • การหมัก : อย่างที่เราได้กล่าวก่อนหน้าว่าการหมัก (โยเกิร์ต) เป็นหนึ่งวิธีในทางตรงกันข้ามโดยใช้จุลินทรีย์ที่ดีในการยืดอายุของอาหาร
  • การแช่แข็ง : จุลินทรีย์หลายชิดไม่สามารถเติบโตได้ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก ๆ
  • การดอง : ใช้เกลือหรือน้ำตาลในการดูดซับน้ำและลดการเติบโตของจุลินทรีย์

การใช้วัตถุดูดความชื้น และ วัตถุดูดออกซิเจน ถนอมอาหาร

  • Oxygen Absorber
  • Silica Gel
  • Activated Clay

นอกจากวิธีการถนอมอาหารแบบธรรมชาติแล้ว ยังมีการถนอมอาหารโดยใช้เทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันความเสียหายของอาหารได้ อาทิ

  • (Oxygen Absorber) วัตถุดูดออกซิเจน : ออกซิเจนแอบซอร์เบอร์ ทำหน้าที่ดูดซับออกซิเจนที่หลงเหลือในภาชนะบรรจุ ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหารให้คงสภาพเหมือนผลิตใหม่ ให้ความสด ทั้งกลิ่นและรสชาติ อาหารไม่เปลี่ยนสี ไม่ทำให้อาหารเสียจากแบคทีเรีย
    • ที่สำคัญ Note ตัวโต ๆ ออกซิเจนแอบซอร์เบอร์ ที่ได้มาตรฐานจะไม่มีพิษ ไม่มีกลิ่น และสามารถยืดอายุได้ถึง 4 เท่าจากอายุปกติของอาหารนั้น ๆ
  • (Silica Gel) วัตถุดูดความชื้น : ซิลิก้า เจล ที่ดีต้องผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% ช่วยลดระดับความชื้นภายในบรรจุภัณฑ์ใช้กับอาหารแห้ง และอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการความชื้น เช่น ขนมอบกรอบ ขนมประเภททอด ยา อาหารเสริม หมากฝรั่ง เครื่องหนัง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือแพทย์ ฯลฯ
    • ซิลิก้า เจล จะทำงานได้ดีในอุณหภูมิ 70 – 90F (25 C) ใน RH ที่ 60-90%
  • (Activated Clay) วัตถุดูดความชื้น : เคลย์ เป็นวัตถุดิบขากธรรมชาติ ผลิตจากดิน 100% ไม่มีอันตราย ไม่มีสารกัดกร่อน ไม่เป็นฝุ่นผงเข้าจมูกหรือเข้าตา ปลอดภัย100% เหมาะสำหรับ ยา อาหารเสริม หมากฝรั่ง เครื่องหนัง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ที่ขึ้นสนิมง่าย ฯลฯ
    • เคลย์ จะริ่มดูดซับความชื้นในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 25 – 50C ได้ถึง 35 – 40% ความพิเศษคือ เคลย์เมื่อดูดซับความชื้นแล้วจะไม่เปลี่ยนรูป ไม่บวมพอง ไร้กังวลเรื่องภาพลักษณ์

การเลือกใช้วัตถุดูดความชื้น และ วัตถุดิบออกซิเจน จำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับชนิดของผลิตภัณฑ์ที่นำไปใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสินค้าได้ดียิ่งขึ้น

*สามารถปรึกษาผู้เชี่ยญชาญหรือผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์เพื่อประโยชน์สูงสุด
อ่านฉบับย่อ : คลิ๊ก
ข้อมูล : ผู้นำเสนอ

Scroll to Top